วิธีดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
โรคธาลัสซีเมียรักษาได้อย่างไร
- การดูแลรักษาสุขภาพทั่วไป ควรมีสุขอนามัยที่ดี สะอาด
การปฏิบัติตัว – ออกกำลังกายเท่าที่จะทำได้ ไม่เหนื่อยเกินไป เนื่องจากมีกระดูกเปราะหักง่าย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ผาดโผน ไม่สูบบุหรี่เพราะมีอาการซีดอยู่แล้ว ร่างกายจะขาดออกซิเจนมากขึ้น ไม่ควรดื่มเหล้าเพราะเป็นผลเสียต่อตับ ซึ่งมีธาตุเหล็กไปสะสม
อาหาร – คนที่เป็นธาลัสซีเมีย เม็ดเลือดแดงแตกเร็วร่างกายพยายามสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ขึ้นมาแทน สร้างมากสร้างเร็วกว่าคนปกติหลายเท่า ฉะนั้นควรรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม และอาหารที่มีวิตามินที่เรียกว่า “โฟเลท” อยู่มาก ได้แก่ ผักสดต่างๆ สารอาหารเหล่านี้ จะถูกนำไปสร้างเม็ดเลือดแดงได้ อาหารที่ควรละเว้น คือ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงมากเป็นพิเศษ ได้แก่ เลือดสัตว์ต่างๆ เช่น เลือดหมู เลือดเป็ด เลือดไก่ สำหรับเครื่องดื่มประเภทน้ำชา น้ำเต้าหู้ จะช่วยลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้บ้าง
ยา – ไม่ควรซื้อยาบำรุงโลหิตกินเอง เพราะอาจเป็นยาที่มีธาตุเหล็กซึ่งใช้สำหรับรักษาคนที่ขาดธาตุเหล็ก ไม่ใช่สำหรับโรคธาลัสซีเมียที่มีเหล็กเกินอยู่แล้ว ควรรับประทานยา วิตามินโฟเลท อาจช่วยเสริมให้มีการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดีขึ้นบ้าง
- การให้เลือดมี 2 แบบคือ การให้เลือดแบบประคับประคอง (low transfusion) และการให้เลือดจนหายซีด ( high transfusion)
- การให้ยาขับธาตุเหล็ก
- การตัดม้าม
- การปลูกถ่ายไขกระดูก
- การใช้เลือดสายสะดือรักษาโรคธาลัสซีเมีย
- การเปลี่ยนยีน
เมื่อเป็นโรคธาลัสซีเมียควรปฏิบัติตนอย่างไร
แม้ว่าโรคนี้ยังรักษาให้หายขาดได้ยาก ผู้ที่เป็นโรคนี้ไม่ควรตื่นตกใจ เพราะบางรายอาจมีอาการไม่รุนแรง การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ได้ตามปกติ ดังนั้น จึงควรปฏิบัติดังนี้
- รับประทานผักสด ไข่ นม หรือนมถั่วเหลืองมากๆ
- ดื่มน้ำชาหลังอาหาร เพื่อลดการดูดซึมธาตุเหล็ก
- ควรตรวจฟัน ทุก 6 เดือน เนื่องจากฟันผุง่าย
- หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการเล่นรุนแรง
- งดดื่มสุรา หรือของมืนเมา
- ถ้ามีอาการปวดท้องที่บริเวณชายโครงขวาอย่างรุนแรง มีไข้และตาขาวมีสีเหลืองมากขึ้น ควรไปพบแพทย์
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เลือดหมู สาหร่าย
No related posts.
