บทความน่ารู้
ไอ เจ็บคอ
อาการไอ เจ็บคอ เป็นอาการที่พบได้บ่อย พบได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงและกำลังเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งที่สำคัญที่รบกวนคุณภาพชีวิต จนทำให้ต้องพบเภสัชกรในร้านยา หรือไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือคลีนิคใกล้บ้าน
อาการเจ็บคอนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (ประมาณ 85% ) ส่วนน้อยจะตอดเชื้อแบคทีเรีย อาการที่แสดงออกมานั้นส่วนมากจะมีอาการเจ็บคอร่วมกับมีอาการไอ แต่หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียนั้น จะมีอาการเจ็บคอ ร่วมกับมีไข้สูง มีอาการต่อมทอนซิลบวมหรือมีตุ่มหนอง หรือบริเวณขากรรไกรมีอาการบวม และที่สำคัญจะไม่มีอาการไอ และเกิดขึ้นกับเด็กเป็นส่วนใหญ่
สำหรับเสมหะนั้น ไม่สามารถบอกกับเราได้อย่างแน่ชัดว่า เรากำลังติดเชื้อหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วเสมหะสามารถมีได้ทุกคน โดยเฉพาะในตอนเช้า แต่หากท่านมีมากกว่าปกติ หรือมีตลอดวัน จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร
47 เข้าชม | อ่านต่อโรคอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์ เป็นอาการสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการตายของเซลล์สมอง ทำให้การทำงานของสมองเสื่อมลง จนกระทั่งไม่สมารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามปกติ โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
ปัจจัยเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์
- อายุ คือ ปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด คนอายุ 80 ปี มีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนที่มีอายุ 65-69 ปี ถึง 10 เท่า
- กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์มีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป
โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ของสมองส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำ บกพร่องสติปัญญา ความสามารถลดลง การเคลื่อนไหวผิดปกติ จนถึงอาการของโรคประสาทหลอน ดังนั้นผู้ที่เป็นญาติหรือผู้ดูแลต้องยอมรับว่า โรคนี้รักษาไม่หาย แต่การช่วยเหลือดูแลจะทำให้ผลกระทบด้านต่างๆลดลงได้
ที่มา: thailabonline.com/alzheimer.htm
43 เข้าชม | อ่านต่อโรคหัวใจ
โรคหัวใจ เป็นคำกว้างๆมีหลายประเภท เช่น หัวใจล้มเหลว ลิ้นหัวใจพิการ หัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจมีชื่อเรียกอื่นได้ดังนี้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดโคโรนารี่ และหากเป็นเส้นเลือดอุดตันแบบเฉียบพลัน อาจมีชื่อเรียกว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction)
ผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหัวใจนั้น ได้แก่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้
- อายุ ยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยงมาก
- เพศชาย มีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง แต่อย่างไรก็ตามผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนไปแล้ว ก็จะมีความเสี่ยงไม่ต่างกับผู้ชาย
- กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบิดา มารดา เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุไม่มาก (บิดาน้อยกว่า 55 ปี มารดาน้อยกว่า 65 ปี)
- โรคเบาหวาน หรือภาวะดื้ออินซูลิน นับเป็นปัจจัยสำคัญมาก คนที่เป็นเบาหวานประมาณครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิตจากโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด
- ภาวะความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในรายที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ต่อเนื่อง
- ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ การมีไขมันโคเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอลดีเอล (LDL) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการพอกพูนของครบไขมันที่ผนังหลอดเลือด ตรงข้ามผู้ป่วยที่มีไขมันเอชดีเอล (HDL) โคเลสเตอรอลต่ำ จะมีความเสี่ยงสูงเนื่องจาก HDL นี้ช่วยป้องกันการเสื่อมของหลอดเลือดได้
- การสูบบุหรี่ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- ภาวะอ้วนลงพุง หรือโรคเมตาบอลิก อันเป็นผลจากการขาดการออกกำลังกาย และการกินอาหารที่ให้พลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย
นอกจากนี้ ผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง มีบุคลิกภาพชอบแข่งขันสูง เอาเป็นเอาตาย ปลงไม่เป็น ก็เป็นปัจจัยเสริมอีกประการหนึ่ง
”โรคหัวใจ” คำนี้ใครๆก็กลัว ด้วยคนมักเทียบเคียงกับการตายอย่างกะทันหันไม่ทันได้สั่งเสียหรือไม่ก็หอบเหนื่อยเรื้อรังทำงานไม่ได้ไปตลอดชีวิต อาจคาดคะเนได้ยากว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction) จะเกิดเมื่อใดและที่ใดก็ได้ แต่โรคนี้ใช่จะเกิดกับใครต่อใครโดยไม่เลือกหน้า หรือเป็นเรื่องที่ขึ้นกับดวงชะตาพรหมลิขิต
ที่มา: ข่าวสารสุขภาพเมตาบอลิก
40 เข้าชม | อ่านต่อโรคหลอดเลือดดำที่ขา
ขา เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ขาช่วยให้เราทำกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวันได้อย่างมีอิสระและมั่นใจ ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่ขาของตนเอง จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
การยืนอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดขา ซึ่งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อขาเมื่อยล้า ถ้าได้นั่งพักหรือนวดเบาๆ บริเวณที่ปวดเมื่อย อาการอาจทุเลาลงหรือหายไปได้ แต่ถ้าเป็นอาการปวดขาที่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของหลอดเลือดดำ ทำให้การไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจไม่สะดวก เกิดการคั่งค้างของเลือดก็จะเกิดอาการอื่นๆ ร่วมกับอาการปวดขา เช่น รู้สึกขาหนักถ่วงๆ เมื่อยล้า บวม ชา หรือร้อนวูบวาบในบางครั้งมักเป็นตะคริวในเวลาเย็นหรือกลางคืน โดยที่อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำ จนกระทั่งรบกวนความรู้สึกและการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
อาการ ดังกล่าวถือเป็นอาการเริ่มต้นหรือสัญญาณเตือนของการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ขา ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้การเสื่อมสภาพของหลอดเลือดดำอาจมากขึ้นจนเห็นได้ชัด เช่น เสันเลือดขอดอักเสบ แผลเรื้อรังเกิดลิ่มเลือดอุดตัน เป็นต้น
อาการที่สังเกตได้
เมื่อหลอดเลือดดำที่ขาเริ่มหย่อนสมรรถภาพจะทำให้เกิดการไหลย้อนกลับและการคั่งค้างของเลือดภายในหลอดเลือดดำ คุณอาจรู้สึกถึงอาการต่างๆ เช่นปวดขา ขาหนัก เมื่อยขา ชา ร้อน บวม เป็นตะคริวในเวลากลางคืน โดยอการเหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อย จนทำให้รู้สึกหงุดหงิด และประสิทธิภาพการทำงานของขาลดลง ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลรบกวนคุณภาพชีวิตโดยรวม เมื่อเกิดการคั่งค้างของเลือดเป็นเวลานานๆ ผนังของหลอดเลือดจะถูกดันจนโป่งพองและสามารถสังเกตเห็นได้จากผิวนอกซึ่งเรียกว่า เส้นเลือดขอด
เส้นเลือดขอดมักก่อความกังวลใจโดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องใส่กระโปรง และยังมีโอกาสลุกลามไปถึงระยะที่รุนแรงขึ้น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ
อาการรุนแรงในภายหลัง เมื่อหลอดเลือดดำขนาดใหญ่เสื่อมสภาพไป จะส่งผลกระทบถึงระบบหลอดเลือดฝอย และระบบน้ำเหลืองซึ่งอยู่ต่อเนื่องกัน ทำให้การหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองผิดปกติ เกิดการคั่งค้างทำให้เกิดอาการบวมอักเสบ และลุกลามจนเป็นแผลเรื้อรังหรือเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
47 เข้าชม | อ่านต่อโรควัณโรค
โรควัณโรค เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง ทำให้มีการอักเสบในปอด ซึ่งในผู้ใหญ่พบส่วนใหญ่เป็นที่ปอด ในเด็กอาจเป็นที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย
การติดต่อ โดยการแพร่กระจายทางระบบหายใจ โดยผู้ป่วยที่มีเชื้อในเสมหะ พูด คุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก เชื้อวัณโรคจะออกมากับละอองเสมหะ หรือผู้ที่สูดหายใจเอาเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย และผู้ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ
อาการ คือ จะไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ และอาจพบอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ไข้เรื้อรัง ผอมลง เสมหะปนเลือด เบื่ออาหาร เจ็บหน้าอก มักมีไข้ต่ำๆ
ดังนั้น หากท่านมีอาการน่าสงสัย หรือมีอาการที่ผิดปกติ หรือสัมผัสกับคนใกล้ชิดที่มีอาการคล้ายคลึงว่าจะเป็นวัณโรค ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลอย่างทันท่วงที
ที่มา: โรควัณโรค- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่,สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
36 เข้าชม | อ่านต่อ




