บทความน่ารู้
โรคกระดูกพรุน
เป็นโรคหรือภาวะที่ร่างกายมีการทำลายกระดูกมากกว่าการสร้าง หรือมีการสร้างกระดูกลดน้อยลงในขณะที่มีการทำลายกระดูกคงที่เป็นผลให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง
อาการ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการและไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน นอกจากจะตรวจพบทางภาพรังสี แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาด้วยอาการปวดกระดูกหรือกระดูกหักเมื่อมีอุบัติเหตุที่รุนแรงไม่มากที่จะทำให้กระดูกในคนปกติหักได้ บางคนอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรังอันเป็นผลมาจากการยุบตัวของกระดูกสันหลัง และมีหลังค่อม ตัวเตี้ยลง
ปัจจัยเสี่ยง
- ผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือน สาเหตุสำคัญเชื่อว่า เกิดจากภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
- การกินอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน เช่น กินอาหารที่มีโปรตีนสูง(เนื้อสัตว์)หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง(รสเค็ม) แต่กินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน
- กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
- สูบบุหรื่ ดื่มสุรา
- ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก
- น้ำหนักตัว คนผอมมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีรูปร่างอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีไขมันมากซึ่งไขมันนี้สามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนได้
- เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคขาดวิตามินดี โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคมะเร็งบางชนิด
- ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยาขับปัสสาวะซึ่งมักใช้ในโรคความดันโลหิตสูง
- ผู้สูงอายุ สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลเซียมเป็นเวลานาน
การติดเชื้อในช่องคลอด (ตกขาว)
ตกขาวเป็นลักษณะปกติของผู้หญิง ซึ่งปกติช่องคลอดของผู้หญิงจะบุผิวด้วยเยื่อเมือก ซึ่งทำหน้าที่สร้างเยื่อเมือกและความชื้นให้กับช่องคลอด ช่องคลอดจะมีฤทธิ์เป็นกรดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยจะเริ่มสร้างเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจนกระทั่งวัยทอง โดยตกขาวในคนปกติจะมีลักษณะ เมือก ขาวใส ไม่มีกลิ่น ไม่คัน และมักจะมีมากในช่วงที่ไข่ตกอยู่ระหว่างวันที่14 ของรอบเดือน,ขณะตั้งครรภ์และหลังจากมีกิจกรรมทางเพศก็มีตกขาวเป็นปริมาณมากได้
เมื่อมีการติดเชื้อในช่องคลอดจะทำให้มีอาการตกขาวที่ผิดปกติไปจากธรรมชาติ โดยมีอาการที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของเชื้อ โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในช่องคลอดได้แก่ การติดเชื้อพยาธิ trichomoniasis , การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด bacterial vaginosis และการติดเชื้อรา vulvulaginal candidiasis
เอกสารอ้างอิง: The American congress of obstretician and gynecologists.Vaginitis ( online) Avalilable from ://www.acog.org/public ation/patient – education/bp 028.cfm[Access date Aug 19 th 2010]
44 เข้าชม | อ่านต่อ

